Translate

วันอาทิตย์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2557

คิ ด แ บ บ เสี่ยไปร์ท.....#6 มึงรู้มั้ย กูเกิดอยู่ที่หมู่บ้านหลังเล็กๆ แมร่งไฟฟ้าก็ไม่มี

คิ ด แ บ บ เสี่ยไปร์ท.....


“มึงรู้มั้ย กูเกิดอยู่ที่หมู่บ้านหลังเล็กๆ แมร่งไฟฟ้าก็ไม่มี นานๆ กูถึงเห็นรถผ่านหน้าบ้านกูคันนึง”


“กูชอบวาดรูปแต่เด็ก กูไม่รู้หรอกว่า การวาดรูปแม่งทำให้รวยได้ กูไม่รู้เรื่อง แต่กูชอบ”

“กูไม่เคยเปลี่ยนแปลงในการที่จะทำอย่างอื่น เมื่อเด็กนั้น กูจึงมุ่งมั่นว่า สิ่งที่กูทำเนี่ย คือสิ่งที่กูชอบที่สุดแล้ว ได้เงินหรือไม่ได้เงินกูไม่สน”


“กูวาดรูปอย่างเงี้ย กูจะไปรับจ้างทุกที่ อยู่ได้หรือไม่ได้ กูไม่รู้ นั่นคือเมื่อเด็ก โลกไม่กว้าง แต่มีความรัก และมุ่งมั่น”



“เริ่มต้นจากการตื่นที่จะเรียนรู้ และไม่เบี่ยงเบนหรือเปลี่ยนแปลง

“เมื่อกูย้ายไปอยู่ในเมือง โลกกูกว้างขึ้น มีไฟฟ้า มีโรงหนัง มีคัทเอาท์ มีอะไรขึ้นมา กูเริ่มมีหนังสืออะไรให้กูดูเยอะแยะไปหมด กูเริ่มเรียนรู้ กูเป็นนักศึกษา กูเป็นนักทฤษฎี”

“เพราะกูปรารถนาความรวย กูจึงstudyความรวย กูอยากเหนือกว่าคนอื่นที่มันเหนือกว่าพ่อแม่กู มันเป็นความกดดันเมื่อกูเป็นเด็ก พ่อแม่กูยากจน ข้างบ้านแม่งเหยียดหยามกู”

“ดังนั้นกูจึงเติบโตมาจากการความคิดในการวิเคราะห์ชีวิตของผู้อื่น ทำไมชีวิตมันแตกต่างกัน ทำไมมีรวยและมีจน ทำไม?”
“ทำไมบ้านกูจนจัง”
“ทำไมบ้านนี้แม่งกินดีชิบหาย”

มึงอยู่ในโลกของมนุษย์นี้ มนุษย์มันมีชนชั้นมากมาย มนุษย์มันมีรูปแบบแผนของการดำรงชีวิตของมันแตกต่าง อย่างมนุษย์กระจอกอย่างกู ที่มาจากสังคมกระจอกที่สุด

แต่กูวาดรูปเก่ง มึงคิดว่ากูจะยิ่งใหญ่ได้ยังไง ต่อให้กูวาดรูปเก่งกว่ากู เดี๋ยวนี้หมื่นล้านเท่า แต่กูไม่ยอมเรียนรู้อะไรเลย
“มึงว่ากูจะมีความสำเร็จเหรอ? มึงเข้าใจยัง??”

ดังนั้นส่ิงที่ กูเรียนมากที่สุด ยิ่งกว่าการวาดรูป ก็คือ
“การเรียนรู้ สิ่งที่กูไม่รู้”

ถ้าเมิงอยากเป็นศิลปินใหญ่ ที่สุดในประเทศ มึงมีองค์ประกอบอะไรบ้าง ที่สมควรค่าทำให้มึงต้องฝึกฝนและเรียนรู้ มีตัวอย่างของศิลปินในประเทศไทยที่มึงเรียนรู้ ใครบ้างที่เก่งที่สุด แล้วมึงศึกษามัน แยกออกมันเป็นชิ้นๆ ว่าสิ่งใดที่เป็นองค์ประกอบที่ทำให้มันยิ่งใหญ่ได้ สิ่งใดที่เป็นองค์ประกอบที่ทำให้มันไม่ย่ิงใหญ่อย่างที่มึงคิด หรือสูงสุดที่น่าจะเป็นได้ มึงขาดอะไร ศิลปินคนนั้นขาดอะไร

“ก่อนตาย จะต้องสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ให้กับประเทศชาติในระดับโลกให้ได้!”
“สู้กับฝรั่งที่กูไปดูมาทุกที่ๆที่กูต้องการสู้ เพราะกูต้องการดังไง มีชื่อเสียงไง”
…กูต้องเสียสละก่อน…
…กูต้องทุกข์ก่อน...
…กูไม่ต้องการรวยเดี๋ยวนี้...
…แต่กูจะรวยในวันข้างหน้า...

เห็นมั้ย เสียสละก่อน แล้วเดี๋ยวมึงรวยแน่ ดังนั้นจึงมาสร้าง “วัดร่องขุน”
กูสร้างได้ตั้งแต่อายุ 42 แล้ว มึงเห็นยังว่า “กูแน่” 42 กูมีเงินมาสร้างวัดแล้ว เห็นมั้ย
“เพราะการเตรียมการ...เพื่อรวย”
วัดนี้จึงไม่รับเงินใคร ไม่รับเงินบริจาคจากใคร มึงเห็นป่าว ว่าแมร่ง เงินกูล้วนๆ ดังนั้น นี่คือสิ่งที่ คิดแต่เด็ก
แต่ถ้ามึงมาคิดเอาตอนมึงอายุ 45 แล้ว
“มึงส้นตีน”

ดังนั้นคนที่ คิดการใหญ่ที่เหนือกว่ามนุษย์ผู้อื่น จึงคิดแต่เด็ก
มึงจำไว้เลย “ไม่มีฟลุ๊ค” มึงจำใส่กระโหลกมึงเลย
คนที่มีวิสัยทัศน์แต่เด็กจึงประสบความสำเร็จสูงสุด
เพราะมึงคิด เห็น วิเคราะห์ แล้วจึง “อยาก” เมื่อ”อยาก” จึงมีความ “มุ่งมั่น
เมื่อมีความมุ่งมั่น จึงสร้างประจุ”พลังแห่งความมุ่งมั่น” โดยเอา...ความตายของตัวเองเป็นที่ตั้ง

ไม่รู้จักธรรมะหรอก แต่มึงรู้มั้ย เมื่อมึงเพียรมาก มึงรู้มั้ย นั่นคือธรรมะ ที่สอนมึง ให้รู้จักดีชั่ว โดยอัตโนมัติ เพราะมึงบุกมาก มึงจึงพบปัญหามาก มึงจึงแก้ปัญหามาก มันจึงเป็นธรรมชาติที่สอนมึง นั่นคือธรรมะ คนลุยมาก คนบอบช้ำมาก คนนั้นมีธรรมะมาก

มีทางเดียวที่กูเลือก ไม่มีทางอื่น
ไม่มีทางของพ่อแม่กู ไม่มีทางของเพื่อนกู
ไม่มีทางของครูบาอาจารย์กู มีทางเดียวคือ “ทางของ...กู”
ตายก็ได้ แต่ขอทางของกู ไม่ใช่ทางของพ่อกู แม่กู “ทางของ...กูเอง”

…ชีวิตของกูเอง!...

มึงรู้มั้ย กูวาดชีวิตกูทั้งหมด กูไม่เคยไปเพ้อเจ้อเรื่องสวรรค์ กูไม่เคยไปเพ้อเจ้อเรื่องว่า แม่งจะมีใครเนรมิตกูได้
กูเนี่ยแหละ คือผู้เนรมิตตัวกูเอง กูคือความจริง กูคือความจริงที่ทำความจริงของกูให้ปรากฎด้วยตัวกูเอง

และ มนุษย์ทุกคนทำได้!

-อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์


ZenKen Truefuturegroup

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น